‘โตโน่’ เสียดายต้องหยุดโครงการ ONEMAN AND THESAE

17

ต้องเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ออกมา แสดงจุดยืนในเรื่องของสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังสำหรับพระเอกหนุ่ม ‘โตโน่ ภาคิน’ แต่ถึงแม้จะทำโครงการ One Man And The Sea ไม่สำเร็จอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งทางหนุ่มโตโน่ก็ได้ประกาศปิดโครงการอย่างเป็นทางการพร้อมกับออกมาเผยข้อมูลของเงินบริจาคว่าได้นำเงินมาใช้ในส่วนไหนบ้าง ซึ่งหนุ่มโตโน่ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า 

“ของที่ได้มา มาถึงแล้วบางส่วนครับ ทั้งหมดน่าจะแบ่งเป็นประมาณ 3 ครั้ง ครั้งนี้เราจะไปมอบให้กับศูนย์สัตว์ทะเลหายากฝั่งอ่าวไทย ที่จ.ระยองครับ ก็ดีใจครับ ผมขอบคุณทุกคนมากเลย ถึงแม้ว่าจะว่ายไปได้ 5 วันแล้วเจอโควิด แต่ว่าเงินบริจาคของทุกคนมันช่วยให้เราซื้อเครื่องให้กับสัตว์ทะเลเหล่านี้ได้แทบจะทุกอย่างที่จำเป็น ที่เขาต้องการอย่างเร่งด่วนถามว่าได้มากี่เครื่อง ถ้าหลักๆ เท่าที่จำได้ แต่เดิมเรามีเครื่องเลเซอร์ที่เอาไว้สมานแผลสัตว์ทะเล ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เรามีแค่เครื่องเดียว เพราะฉะนั้นเราจะหาเพิ่มให้ได้อีก 3 เครื่อง หรือรถพยาบาลที่เอาไว้ดูแลสัตว์ทะเลโดยตรง เราไม่มีเลย ครั้งนี้เราอาจจะหาให้ได้อีก 2 คัน และเครื่องผ่าตัดหัวใจ เครื่องเอกซเรย์ เตาเผา ตู้เย็นที่เอาไว้เก็บอาหารสัตว์ หรือแม้กระทั่งเรื่องของโซล่าร์เซลล์ที่เอาไว้อนุบาลพวกเต่าทะเลบนเกาะ ก็สามารถหาให้ได้ ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยครับ”

เผยเสียดายทำไม่ครบตามที่ตั้งใจ เตรียมตัวสานต่อปี 65
ผมเสียดายที่เราไม่ได้ว่ายเต็มเวลา เพราะถ้าว่ายเต็มเวลาเราคงช่วยได้มากกว่านี้ แต่เราก็เข้าใจได้ว่านั่นคือกฎหมาย นั่นคือพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ออกมาในเรื่องของโควิดในตอนนั้น แต่แค่นั้นเราก็ได้เห็นแล้วถึงความใส่ใจ ถึงความมีน้ำใจของทุกๆ คน เสียดายที่จบลงเร็วกว่าที่ตั้งไว้ แต่ดีใจที่ได้เริ่ม และดีใจที่ได้ช่วยครับ จริงๆ มันต้องว่าย 18 วันครับ มันถึงจะถึง แต่นี่เราว่ายไปได้แค่ 5 วัน แต่เราได้ 15 ล้าน ก็เลยคิดว่าถ้าเหนื่อยขึ้นกว่านี้อีกสองเท่ามันก็น่าจะได้เยอะกว่านี้ แต่เข้าใจได้กับสถานการณ์ครับถามว่าจะสานต่อโครงการนี้ยังไง ก็ตั้งใจนะ แต่จะเป็นจุดเดิมหรือจะเป็นจุดใหม่ก็คงต้องดูที่การวางแผนครับ แต่ปีหน้าคงไม่ได้ เพราะเราต้องถ่ายละคร ถ่ายหนัง คิวเต็มไปจนถึงปีหน้าแล้ว ดังนั้นถ้าเริ่มคงจะเป็นปี 65 ครับ ก็ยังคงช่วยท้องทะเลอยู่ครับ ผมคิดว่าเขาก็ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่ดีนะ ทำไมเราถึงมอบเลยไม่รอว่ายต่อให้จบก่อน เพราะผมก็มองว่าเขาก็ยังตายอยู่ทุกวัน คุณหมอ คุณพยาบาลเขาก็ยังต้องช่วยอยู่ตรงนั้น อะไรที่เราช่วยได้เลยก็ช่วยเลยไม่ต้องรอ”

 

จะทำโครงการต่อไปไหม
“ก็จะมีแพลนไปมอบที่ฝั่งอ่าวไทยคือระยองนะครับ แล้วก็มีฝั่งอันดามันคือที่จ.ภูเก็ต และมีโรงพยาบาลของคน ที่ช่วยคนตามชายฝั่งก็คือที่เกาะกูด ก็คือ 3 เป้าหมายหลักที่เราอยากจะช่วย ก็คือศูนย์สัตว์ทะเลหายากทั้งสองฝั่ง รวมถึงโรงพยาบาลเล็กๆ ตามเกาะและชายฝั่งที่บางทีเขาไม่มีอุปกรณ์ แล้วเวลาพ่อแม่พี่น้องเราเจ็บไข้ได้ป่วย ต้องนั่งเรือกว่าจะมาถึงแผ่นดินใหญ่ได้ต้องใช้เวลาหลายชม. หลายนาที ก็เลยคิดว่าเราพยายามช่วยให้ได้มากที่สุดครับ ผมตั้งใจจะไปมอบด้วยตัวเองทุกครั้งนะครับ รวมถึงจะไปขอบคุณคุณหมอ คุณพยาบาลทั้งที่ดูแลสัตว์ทะเล รวมถึงที่ดูแลคนด้วย แต่ถามว่าทุกครั้งที่เราทำอะไรต่างๆ ก็มักจะเจออุปสรรคตลอด ผมว่าถ้าเราทำแล้วมันสามารถช่วยพวกเขาได้ไม่มากก็น้อย ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องหยุดเลย ไม่รู้จะหยุดทำไม ถ้าหยุดแล้วจะทำยังไง พวกเขาจะอยู่ยังไง แล้วคุณหมอ คุณพยาบาลก็เหนื่อยต่อไปเหรอ เวลาที่มีมาเรียมตายก็ได้แต่ร้องไห้เสียใจ โพสต์ระบายเหรอ ขอลงมือทำดีกว่า สำหรับผมคิดว่ามันตรงกว่าประโยคหรือคำพูดใดๆ ครับ”