‘ก้อง สหรัถ’ จีบมือ ‘มูลนิธิคุณ’ วิงวอนทุกภาคส่วนช่วยเรื่องฝุ่นและหมาแมวจร

24

‘ก้อง สหรัถ’ และ ‘คุณจิ๋วปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต’ แห่งมูลนิธิคุณให้สัมภาษณ์พิเศษในงานปั่นลดฝุ่นและแยกขยะ ที่จัดขึ้นที่มศว ประสานมิตร และผู้สนับสนุนหลายฝ่าย เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาว่า “ปัญหาฝุ่นหนักหนานะ บางวันแบบหนักๆ เนี่ย ตึกวิวหายไปเลย บางวันก็เห็นลาง ๆ เหมือนมีควัน มีหมอก อะไรอย่างเนี่ย ก็รู้สึกสะท้อนใจว่า เนี่ยมันแย่ขนาดนี้แล้วหรือ รุ่นเราเจอขนาดนี้แล้วรุ่นเด็กกว่าเราล่ะ เด็กที่เพิ่งเกิดภายในหนึ่งปี สองสามปีเนี่ย แล้วอีกยี่สิบสามสิบปีเขาจะอยู่กันยังไง มันก็ทำให้ใจเสียเหมือนกัน ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเลวร้ายได้ขนาดนี้”

 นอกจากปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว ปัญหาน้องๆ หมาแมวจร มีคนคอยช่วยอยู่เยอะ แต่ว่ายังคงไม่พอครับ กับปริมาณน้องหมา น้องแมวที่ถูกทอดทิ้ง และนี่ก็มีคุณจิ๋วมูลนิธิคุณเขาก็มาชวนช่วยตรงนี้ ผมเองที่บ้านก็เลี้ยงหมา เลี้ยงแมว แล้วก็มีโอกาสได้ซื้ออาหารหมาไปบริจาคตามที่โน้นที่นี่ที่นั้นอยู่ พอดีมีคุณจิ๋ว มูลนิธิคุณเข้ามาช่วยอย่างจริงจัง ก็เลยติดต่อกับบริษัท สมาร์ทฮาร์ท โดยตรง บริจาคอาหารหมา อาหารแมว ก็เริ่มดูจริงจังขึ้น ก็เป็นเรื่องที่คงต้องช่วยกันอีก เพราะว่าสัตว์มันก็พูดไม่ได้ มันถูกทิ้งถูกอะไรประมาณนี้ ถ้าเราไม่ช่วยมันแล้วมันคงช่วยตัวเองไม่ได้ ก็คงต้องช่วยกันครับ

คุณจิ๋ว ปรางค์ทิพย์ นอกจากเป็นทนายความแล้วยังใช้เวลาว่างส่วนตัวจัดตั้งมูลนิธิคุณเพื่อช่วยสิ่งแวดล้อม เล่าว่าในงานวันนี้ ลูกความของคุณจิ๋วพาน้องหมาพุดเดิ้ลที่น่ารักมาแสดงในงานสองตัว ชื่อน้อง Pillow และ น้องกระเพรา คุณจิ๋วบอกว่า “ใครจะไปคิดว่าน้องสองตัวนี้จะเคยอยู่ใน shelter ที่ต่างจังหวัด แล้วคนไปรับมาเลี้ยงดู จนตอนนี้น้องน้องทั้งสองตัวมีบ้านที่อบอุ่น มีเพื่อนรักตัวยักษ์แต่อายุแค่ 9 เดือนพันธุ์ standard พุดเดิล ที่ชื่อน้อง Sky เป็นขวัญใจในงานวันนี้

เคยมีคนบอกว่าน้องหมาแมวจรเป็นขยะที่มีชีวิต แต่พี่กลับพยายามมองอีกด้านว่า เค้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจิตใจ ต้องการความรัก ดังนั้น ทำไมเราไม่พยายามช่วยกันชุบชีวิตของเค้า ไม่ว่าจะรับเลี้ยงเอง หรือบางที่มีโครงการให้ช่วยบริจาคเป็นพ่อแม่อุปถัมป์ ถ้าแต่ละคนช่วยกันคนละเล็กคนละน้อย จะช่วยชีวิตพวกเค้าได้หลายชีวิตเลย

ก่อนที่พี่ก้องจะพูดปิดท้ายเรื่องการปั่นจักรยานว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่หลาย ๆ คน ได้หันมาใช้แล้วก็ช่วยกันลดการใช้รถยนต์ แต่ว่าเส้นทาง ถนนหรืออะไรต่างๆ มันยังไม่พอรองรับ มันเหมือนตบมือข้างเดียวไม่ดัง ทุกคนพร้อมช่วยเหลือ และต้องการให้ทางภาครัฐเข้ามาช่วย support ด้วย พี่ก้องเป็นเพียงเสียงเล็ก ๆ ในการพูดถึงปัญหา มีบางคนก็ไม่กล้าปั่น เพราะกลัวอุบัติเหตุ ภาครัฐก็คงต้องเข้ามาดูแลจริงจัง ถ้าสมมติจะให้คน bike for work
ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะ ลดการใช้รถยนต์กันไป แล้วคนก็ได้ออกกำลังกายด้วย แต่ในขณะเดียวกันมันก็ต้องมีถนนหนทางที่มันปลอดภัย ให้คนขี่มีเลนที่ชัดเจนนะครับ แล้วก็รถราต่างๆ รถเมล์ รถประจำทาง ควรต้องช่วยกันลดไอเสียด้วย คือการออกมาขี่จักรยาน บางทีได้กล้ามขา แต่ปอดเต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ อันนี้มันก็ไม่คุ้ม มันก็ต้องช่วยกันด้วยว่ารถที่มีควันดำ ควันดีเซลหนัก ๆ คุณควรจะไปซ่อมเครื่องซ่อมอะไรให้มันอยู่ในการปล่อยมลพิษที่มันอยู่ในเกณฑ์ที่มันถูกต้อง ไม่งั้นก็จะกลายเป็นคนขี่จักรยานเป็นคนที่สูดควันพิษเข้าไปทุกวัน อันนี้มันก็ไม่ดี และเรื่องเลนก็ควรจะชัดเจน และไม่ควรให้เบียดไปกับรถยนต์

บริษัทต่าง ๆ ก็ควรจะต้องมีห้องอาบน้ำหรือล๊อคเกอร์ที่ใส่ชุดจักรยาน พอมาถึงออฟฟิศเขาเปลี่ยนเป็นชุดพนักงาน อาบน้ำแล้วก็มีที่เก็บจักรยาน ถ้าช่วยกัน support ตรงนี้ซักหน่อย เขาขี่จักรยานมาแล้วเขารู้สึกว่าจักรยานเขาไม่หาย ขึ้นมาบนออฟฟิศแล้ว อาบน้ำได้เปลี่ยนชุดลงมาทำงานได้เลย มันก็ต้องช่วยกันทั้งภาคเอกชนเจ้าของออฟฟิศเอง และรัฐบาลก็ต้องช่วยเรื่องถนนหนทาง มลพิษ อากาศ บนถนน ผมเชื่อว่าพอเรามีการจัดการสิ่งเหล่านี้มากขึ้นเป็นรูปธรรมชัดเจน คนก็กล้าออกมาขี่จักรยาน ขี่แล้วปลอดภัย ขี่แล้วไม่ต้องดมควันเหม็น ๆ รถเมล์ เครื่องดีเซลอย่างนี้ ไปถึงออฟฟิศมีห้องอาบน้ำ มีล๊อคเกอร์ให้เปลี่ยนเสื้อผ้า พอทุกอย่างมัน support กัน การขี่จักรยานมันก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นที่จะออกไปขี่ เพราะทุกวันนี้ถ้าจะให้ผมไปขี่ตัวแฉะไปทั้งตัว พอถึงออฟฟิศจะมานั่งเหงื่อท่วมไปทั้งตัวมันก็ไม่ใช่ ใช่ไหมครับ มันก็ต้องช่วยกัน