‘แมท’ ขึ้นศาลเจอหน้าคู่กรณีคนแรกหลังยื่นเรื่องฟ้อง

60

เป็นข่าวใหญ่โตและกลายเป็นเรื่องราวดราม่าอยู่พักใหญ่สำหรับกรณีที่นางเอกสาว ‘แมท ภีรนีย์’ ได้ส่งเรื่องยื่นฟ้องเหล่าเกรียนคีย์บอร์ดที่เข้ามาคอมเมนต์ต่อว่าเจ้าตัวในอินสตาแกรม และตามเพจข่าวต่าง ๆ ในทางว่าร้าย และเกินกว่าเหตุ โดยไม่ใช้เหตุผลไตร่ตอง ล่าสุดวันนี้ (19 ตุลาคม 2563) สางแมทและทนาย พร้อมด้วยคุณแม่เดินทางไปขึ้นศาล พร้อมเจอหน้าคู่กรณีเป้นครั้งแรก โดยหลังจากที่ให้ปากคำกับศาลเรียบร้อยสาวแมทก็ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า

วันนี้เจอคู่กรณีครั้งแรก?
แมท : “แมทก็ไม่เคยพูดถึงความตั้งใจเลยนะคะ วันนี้ก็ขออนุญาตแถลงให้ทุกคนที่รอดูรอฟังเข้าใจว่าจริงๆเรามีเจตนาคืออยากให้เป็นบรรทัดฐานมากกว่า ต้องการอย่างเดียวคือต้องการพิสูจน์ และแสดงความจริงว่าสิ่งที่มันเป็นข่าวตลอดที่ผ่านมา 2 ปี มันไม่มีความจริงเลยแม้แต่น้อย เราเป็นผู้ถูกกระทำมาโดยตลอด อยากได้ความเป็นธรรมบ้างก็เท่านั้นเอง ในเรื่องจริงว่ามันคืออะไร วันนี้ก็ได้มาเจอกับน้องครั้งแรกเหมือนกัน จริงๆน้องโทรมาหาคุณแม่หลายทีแล้ว โทรมาหาพี่ทนายนิด้าด้วยเช่นกัน”

“ในส่วนของที่มีข่าวออกไปว่าเราเรียกร้องค่าเสียหาย 1 ล้านบาท พูดง่ายๆบ้านๆจากใจจริงเลยว่า เราอยากเรียกให้มันสมกับชื่อเสียง การศึกษา หน้าที่การงานทางสังคม ที่ได้สูญเสียไปมาโดยตลอด จริงๆแล้วอย่างที่บอกคงไม่ถึงขนาดนั้น เราก็เห็นใจกันตลอด เพราะว่าคงไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกน้องเขาได้เท่าแมท เพราะที่น้องเขาเจอตอนนี้ไม่ว่าจะเจ็บปวดทางด้านไหน แมทผ่านมาแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากให้มันผ่านกระบวนการศาล ให้มันเป็นจริงเป็นจัง ทุกคนจะได้สร้างบรรทัดฐานขึ้นมาใหม่”

“โอเคล่ะ เราเป็นดารา นักแสดงก็จริง จำเป็นต้องยอมรับกับคำวิพากษ์วิจารณ์ แต่ว่าอยากให้มันอยู่บนความเป็นจริง อย่าเล่นข่าว หรือพูดคุย ด่าทอกันให้มันเสียหาย สนุก เหมือนที่มันเกิดขึ้นกับแมท แมทว่าทุกคนเห็นชัดอยู่แล้วว่ามันกระทบมากแค่ไหน แมทไม่เคยออกมาฟ้องนะว่าแมทไม่สวย แมทเล่นละครไม่ดี อันนั้นน้อมรับด้วยความเต็มใจเสมอ แต่อะไรที่มันมากเกินกว่านั้นอยากให้ทุกคนมีสติในการเสพข่าว ได้รับสารอะไรมา เราลองดูก่อนสิ ชั่งใจก่อนไหมว่าเรื่องจริงมันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน รอเวลาก่อน แล้วถ้ามันพิสูจน์มาว่าเป็นความจริง ค่อยมาว่ากันอีกทีก็ได้”

เรายังเจ็บกับคำพูดเหล่านั้น คอมเมนต์เหล่านั้นอยู่แม้จะผ่านมา 2 ปีแล้ว
แมท : “เสมอค่ะ”

ที่น้องโพสต์ว่าเรายังไงบ้าง?
แมท : “ถามน้องเองดีกว่า แต่จริงๆ ไม่อยาก อย่างนี้มันก็เป็นคำถามที่รู้ว่าเขาเจ็บปวด น้องก็เจ็บปวดด้วย ถ้ามันออกไปเป็นข่าวแล้วมันก็จะไม่จบ คือทุกครั้งที่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แมทถึงอยู่อย่างเงียบมากขนาดนี้ นี่ขนาดเงียบขนาดนี้ 365 วันที่ผ่านมาคูณ 2 ยังไม่มีวันไหนไม่มีข่าวแมทเลย แมทพูดเกินไปรึเปล่า ไปย้อนดูข่าวว่ามันเป็นอย่างที่แมทพูดจริงรึเปล่า คือไม่อยากให้มา วันนี้ที่มาฟ้อง ทุกคนไม่ได้อยากให้มาทำร้ายกัน อยากจะสร้างบรรทัดฐานใหม่มากกว่า อยากให้ทุกคนก้าวบังเก้ออะไรที่มันต้องทำลายไปซักทีแล้ว มันต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงซะทีแล้ว”

วันนี้เคสแรกความตั้งใจของเราเป็นอย่างไรบ้าง?
คู่กรณี : “ตั้งใจมาขอโทษคุณแม่กับพี่เขา (ยกมือไหว้) จริงๆแล้วตั้งใจขอโทษตั้งใจในศาลแล้วว่าเราเองก็ยอมรับผิดที่เราโพสต์ไปแบบนั้น คือตื้นลึกหนาบางเราไม่ได้รู้ว่าจริงๆแล้วความจริงมันเป็นยังไง เหมือนเราเสพข่าวเพียงแค่ไม่กี่บรรทัด แล้วเราก็ไปตีความเอาเองว่าเขาต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คือตัดสินไปตามเนื้อข่าว จริงๆก็ได้ขอโทษคุณแม่ไป ก็เข้าใจความรู้สึกเขานะคะ เพราะเราเองก็เป็นอยู่ ณ ตอนนี้”

ก็คือโดนเหมือนที่แมทเคยโดนก่อนหน้านี้?
คู่กรณี : “ใช่ค่ะ เข้าใจความรู้สึกของพี่เขาค่ะ ว่าจริงๆแล้วพี่เขาเป็นอย่างไร เขาโดนมาตลอดเพราะเขาเป็นคนของสังคม เขาต้องโดนจับตามองเยอะกว่าเราอยู่แล้ว”

วันนี้ข้อตกลงเป็นอย่างไรบ้าง?
ทนายนิด้า : “วันนี้มันเป็นนัดไตร่สวนมูลฟ้อง หลังจากที่เราได้ยื่นฟ้องน้องมา ในการไตร่สวนมูลฟ้องเพื่อที่ศาลจะได้ดูว่า เรื่องราวที่น้องแมทเอามาฟ้องเป็นเรื่องจริงรึเปล่า เป็นการแกล้งฟ้องแกล้งกล่าวหาเขารึเปล่า หลังจากวันนี้ศาลก็นัดฟังคำสั่ง ในวันที่ 3 พ.ย. หลังจากวันนั้นถ้าศาลเห็นว่าคดีมันมีมูลว่า น้องแมทไม่ได้เอาเรื่องเท็จมาฟ้อง ข้อความมันเป็นความเสียหายจริงศาลก็จะรับฟ้องไว้พิจารณา ศาลก็จะส่งหมายไปที่น้องเขา ถึงวันนั้นน้องก็จะต้องตกเป็นจำเลย แล้วก็จะต้องหาเงินประกันตัว หรือว่าจะต้องจัดหาทนายในการต่อสู้คดี ถ้าประสงค์ที่จะสู้คดี”

ทนายนิด้า : “ในเบื้องต้นเท่าที่คุยกันมาโดยตลอดจนถึงวันนี้ น้องเขาก็บอกว่าเขารับทราบถึงการกระทำของตนเองทั้งหมด ถามว่าวันนี้ที่คุยในศาล ทั้งน้องแมทและแม่ถามว่าโกรธเคืองน้องเขาไหม ทั้งสองบอกว่าได้ให้อภัยไปหมดแล้วจริงๆ แต่ถามว่าคดีนี้ทำไมคดีนี้ถึงยังควรมูฟออนต่อไป เพราะปัญหานี้มันค่อนข้างเป็นปัญหาสังคมเหมือนกัน น้องแมทก็อยากที่จะสร้างบรรทัดฐานให้เกิดขึ้นกับสังคมต่อไป ทุกคนจะได้คำตอบซักทีว่าดาราวิจารณ์ได้ไหม แบบไหนเรียกว่าวิจารณ์ แบบไหนเรียกว่าไม่ใช่ แบบไหนคือเกินขอบเขตที่จะต้องเป็นความผิด ซึ่งเราก็อยากที่จะสร้างบรรทัดฐานตรงนั้นต่อไป ไม่ทั้งกับแค่น้องแมทเอง รวมถึงดาราท่านอื่นด้วย”

View this post on Instagram

ขอบพระคุณแม่ที่เลี้ยงดูทะนุถนอมแมทมาอย่างดีค่ะ เหมือนจะลุยแต่จริงๆแล้วลูกแหง่เป็นบ้า ที่ผ่านมาแค่แอ๊บแมนค่ะ😅 เล่นซนมาขาเขียวก็คอยทาhirudoidให้(ไม่ได้ค่าโฆษณา) ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม อยากได้อยากทานอะไรแม่ทำให้เสมอ เสียอย่างเดียวเวลาทำผิดมาชอบตีซ้ำ มีแค่นี้แหล่ะที่ไม่ถนอม🤣 แต่รู้ว่าแม่รักแมทมากที่สุด รักแม่มากเช่นกันนะ สุขสันต์วันแม่ค่ะ❤️ ขอตังหน่อย😁

A post shared by Matt Peranee (@mattperanee) on

ขอบเขตในการวิจารณ์ได้มากน้อยแค่ไหน?
ทนายนิด้า : “ขอบเขตในการวิจารณ์ อย่างเขาเป็นนักแสดง ดูบริบทเขาก่อน ก็ติชมไปสิ เล่นแข็ง สื่อสารอารมณ์ไม่ได้เลย ทำไมแต่งตัววันนี้ไม่สวยเลย อันนี้โอเค ดารานักแสดงมันก็ขึ้นอยู่กับความสวยความงาม ถามว่ามันควรไหมมันก็ไม่ควรหรอก แต่เชื่อว่าดาราทุกคนยอมรับในจุดนั้นได้ จะสวย ไม่สวย จะหุ่นดีไม่ดีต่างๆ ยอมรับได้ แต่ว่าอย่างอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริบทที่เขาเป็นอยู่ ในเรื่องส่วนตัว แม้แต่ทนายนิด้าเคยบอกไปแล้วว่า ทนายเป็นทนายความวิจารณ์ได้ ทำงานดี ไม่ดี สัมภาษณ์ดี ไม่ดี เกี่ยวกับการตอบกฎหมาย ว่าได้ แต่ถ้าบอกว่าทนายเคยเป็นผู้หญิงขายตัวมาก่อน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการเป็นทนายนะ ถึงต่อให้เป็นเรื่องจริง มันก็ผิด เฉกเช่นเดียวกัน น้องแมทในเรื่องส่วนตัวเขา ถ้าไม่ได้เป็นประโยชน์กับสังคมใดๆ ก็ไม่อยากให้ไปวิจารณ์ ทีนี้ถามว่าถ้ามันเกินขีด เกินอะไร ที่เขาจะรับได้
เช่นครอบครัวนี้มารยาทเป็นยังไง ทำไมตอบคำถามอย่างนั้น ทำไมเสียงดัง โอเค เราอาจจะนำไปปรับปรุง ติเพื่อก่อ ถูกต้องไหม แต่ถ้าเกินเลยไปถึงครอบครัว พ่อ แม่ พี่ น้อง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาด้วย หรือการที่ไปบอกว่า ขอโทษนะคะ เป็นเป็นผู้หญิงโสเภณี เป็นอะไร มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับบริบทที่เขาเป็นอยู่ จริงๆเชื่อว่าหลายๆท่านรู้ว่าอะไรคือเขตเท่าไหน เพียงแต่ว่าไม่มีความยับยั้งชั่งใจเท่านั้นเอง”

หลังจากพูดคุยกันวันนี้แล้ว มีแนวโน้ม ให้อภัยหรือถอนฟ้องไหม?
แมท : “ถอนฟ้องไม่ได้แล้วค่ะ เพราะเข้าประทับรับฟ้องไปเรียบร้อย อย่างที่บอกว่าเราคงไกล่เกลี่ยกัน เยียวยาว่าบทลงโทษที่ควรจะมี มีได้เท่าไหร่ อย่างที่ได้บอกไปหลายๆครั้งไปเสมอ ว่าไม่ได้ต้องการเอาเงินค่ะ แมททำงานหาเงินด้วยตัวเองมาโดยตลอดอยู่แล้ว ทำได้ค่ะตรงนั้นไม่ได้มีปัญหากับแมท เพียงแต่ว่าอย่างที่บอกคืออยากให้ทุกคนรับทราบว่าบรรทัดฐานมันแค่ไหน ขอบเขตแค่ไหน เสพข่าว พูดเสมอว่าให้พอเหมาะพอควร ฝากถึงสื่อหลายๆท่านด้วยว่า สนุกได้ค่ะ ทราบว่านี่คือวงการบันเทิง แต่เอาพอประมาณ อย่าให้ต้องถึงกับคนๆหนึ่งต้องสูญเสียอะไรหลายๆอย่าง ทั้งทางด้านจิตใจหรืออะไรก็แล้วแต่ เห็นไหมว่ามาวันนี้แมทก็ทุกข์ คนถูกฟ้องก็ทุกข์ คนรอบตัวของคน ของคนที่ถูกฟ้อง คนรอบตัวของแมท ทุกคนทุกข์หมดเลย ไม่มีใครแฮปปี้ ไม่มีใครสนุกไปกับเหตุการณ์นี้เลย เพราะฉะนั้นแมทรู้สึกว่ามันคงไม่มีใครชอบอยู่แล้ว”

ทนายนิด้า : “นิด้าถามน้องแมทไปว่าคดีนี้จะไกล่เกลี่ยไหม น้องแมทเรื่องกฎหมายจะไม่เข้าใจว่าถอนไม่ได้แล้ว ศาลรับแล้ว แต่จริงๆคดีนี้มันเป็นคดีที่ยอมความได้ มันถอนได้อยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าอย่างที่บอกว่าในวันนี้น้องตัดสินใจแล้ว ที่จะต้องการคำพิพากษาของศาลมาเป็นบรรทัดฐาน ให้กับสังคมว่าในการที่เรากระทำแบบนี้ บนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ด มันมีราคาค่างวดที่จะต้องจ่ายเท่าไหร่ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแต่ตัวเงิน หมายถึงโทษด้วย ค่าปรับที่จะต้องชำระให้ศาลด้วย ดังนั้นความหมายของน้องแมทคือมันเลยจุดของการที่จะมาถอนฟ้องอะไรกันในเวลานี้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องของการยอมความไม่ได้นะ เดี๋ยวจะคลาดเคลื่อน ตอนนี้ที่ยื่นฟ้องไปก็ประมาณ 11 คน ซึ่งในเคสถัดไปศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องเดือน ก.พ. 2564 แต่ในคดีนี้ศาลนัดฟังไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 3 พ.ย.นี้ แต่ล็อตแรกที่โพสต์ไป ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องก.พ.(2564) ค่ะ ถามว่ามีเพิ่มเติมไหม คงยังมีอยู่อีกสักประมาณหนึ่ง”

จากที่เคยบอกว่ามีกว่า ร้อยรายชื่อ
ทนายนิด้า : “ที่เก็บเอาไว้ แต่ในส่วนที่ฟ้อง ตอนนี้กำลังดูความเหมาะสมกันอยู่ว่าประมาณไหน แต่คิดว่ามีเพิ่มอีกประมาณหนึ่ง”

อีก 10 – 11 คน ที่เคยพูดถึงได้โทรมาขอโทษบ้างหรือยัง
ทนายนิด้า : “ยังค่ะๆ ยังไม่โทรมาขอโทษค่ะ”

2 ปีที่แมทได้รับผลกระทบจากคนที่ต่อว่าเรา มองว่าเขาควรจะชดใช้แค่ไหน?
แมท : “ให้ศาลท่านพิจารณาดีกว่าค่ะ แมทว่าโดยจิตใจแมท โอเคมาตั้งนานแล้วค่ะ แมทไม่ได้ติดใจเอาความหรืออะไร แต่ว่าอย่างที่บอกอยากให้มันเป็นบรรทัดฐานใหม่แค่นั้นเองค่ะ”

ตอนนี้ดาราหลายคนที่เคยโดนวิจารณ์ยกแมทเป็นไอดอลแล้วนะ
แมท : “ก็ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ ทางข้อความได้รับเยอะเหมือนกันว่าหลายๆท่าน ซึ่งเราก็ไม่ทราบเคยทราบเลยว่า เขาก็โดนคุกคามขนาดนี้เหมือนกันค่ะ”

อยากบอกอะไรถึงคนที่จะคอมเมนต์ต่อไปไหม?
แมท : “มันไม่ใช่กลับตัวกลับใจ แมทเข้าใจว่าพอเป็นดารา คำว่าดาราเห็นเขาเล่นละครอยู่ในทีวี เหมือนว่าเรามีสิทธิ์ในตัวเขา เราชื่นชมเขานะ เราสนับสนุนเขานะ แมทเข้าใจทุกอย่างว่ามีความอิน มีความรู้สึกไปกับข่าว แต่อย่างที่บอกก่อนที่จะเชื่ออะไร อยากให้ชั่งใจก่อนนิดนึง ดูว่ามันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน อย่าไปเชื่อสิ่งที่ข่าวออก หรือที่นำเสนอออกไปซะทั้งหมดค่ะ”

IG mattperanee