‘บุ๋ม ปนัดา’ยันสงครามนางงามมีอยู่จริงทุกเวที

13

เรียกว่าเป็นรุ่นใหญ่ในวงการนางงามเลยก็ว่าได้สำหรับสาว ‘บุ๋ม ปนัดดา’ นางงามรุ่นพี่แม้จะอยู่จะมากันคนละเวทีกับเวทีที่กำลังดราม่าอยู่ในขณะนี้ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นตัวแม่สำหรับทุกคนในวงการ ซค่งเรื่องราวดราม่าที่เกิดขึ้นในฐานะที่เป็นทั้งนางงามรุ่นพี่ และเป็นตัวแม่เลยต้องขอไปถามถึงความคิดเห็นวนเรื่องนี้สักหน่อย ซึ่งสาวบุ๋มก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า

“ร้อนแรงทุกเวทีนั่นแหละตอนนี้ ก็เป็นเรื่องของการแข่งขันจะมาบอกว่ามาเพื่อหาประสบการณ์ มาหาเพื่อนมันไม่ใช่ การแข่งขันในเมื่อคุณบอกว่า มีใครสักคนอาจจะไม่ใช่หรืออาจจะไม่ถูกต้อง ถ้ามันตัดตัวออกได้ มันก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว”

แล้วเรื่องของการทำหน้าที่ผลประโยช์ที่ทับซ้อนเรามองยังไง

”ในส่วนของตัวนางวาม น้องเขาบอกว่าเขามาประกวดเองโดยที่ไม่ได้เกี่ยวกับตัวพี่เลี้ยงเขาอะไรอย่างนี้นะคะ แต่ถ้าตัวพี่เลี้ยงเขารู้อยู่แล้วว่าน้องเขาจะเข้าประกวดแล้วน้องเขาเป็นหนึ่งในศักยภาพที่จะเป็นตัวเต็ง จริง ๆ แล้วตัวพี่เลี้ยงเขาเอง เขาควรจะถอยออกมาจากกองประกวดมากกว่า เพราะว่าตัวน้องเองเขาก็มีสิทธิ์ที่จะต่อสู้ต่อไป พูดง่าย ๆ ถ้าเราเคยเห็นนางงามคนนี้อยู่ในสังกัดที่เคยได้ตำแหน่งจากบางเวทีมาก่อน แต่ว่าตัวเองขอสละสิทธิ์ เพราะว่าไม่ได้มง ได้แค่ตำแหน่งรอง แต่ฉันคิดว่าชั่นจะไปได้มงอีกเวทีหนึ่ง ฉันกะสละตำแหย่งจสกเวทีเก่าเพื่อมาเวทีใหม่ มันก็เป็นสิทธิ์ของนางงามเหมือนกันค่ะ ตัวน้องเขาเอง เขาก็มีสิทธิ์ที่จะประกวดที่ไหนก็ได้ ไม่ว่สผู้จัดการเขาจะเป็นใครในเมื่อเขามองว่าเขาเองมีศักยภาพ แต่เพียงแต่ว่าในส่วนของพี่เลี้ยงถ้ารู้ว่า เด็กของเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกวด และมีการเซ็นสัญญาขนาดนี้ตัวเขาควรจะถอยออกมา”

แต่ในกรณีนี้เหมือนตัวพี่เลี้ยงทำงานให้กับกองประกวดนี้เลย

”ก็ใช่ไง เขาเป็นสปอนเซอร์ของทีมงานเขาควรถอยออกมา แล้วก็ไม่มีมีเซ็นสัฐญาว่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนางงามตั้งแต่แรกเพราะมันคือการโกหกถูกม่ะ มันก็แค่นั้นเอง แต่เพียงแต่ว่าถามว่าผิดไหม ในมุมมองมันก็ไม่ผิดหรอกเพราะว่าชื่อมันก็คงลงตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่สผู้จัดการของฉันคือใคร หรือเบอร์ติดต่อเป็นอย่างไร แต่ในเมื่อ คุณคิดจะเซ็นสัญญากคุณก็ต้องทำให้มันถูกต้องตามกองประกวดเพราะว่าตัวบุ๋ม เองรู้จักพี่ปุ้ยมาตั้งแต่เด็ก เราก็รู้จักนิสัยพี่ปุ้ยว่า เขาเป็นคนตรงไปตรงมาถ้าเขาเกิดอยากจะแนวทางไหนบุ๋มก็ส่าพี่เขาก็ชัดเจนในแนวทางนี้มากกว่า เพียงแต่ว่สอย่าลืมส่าน้องเฌอเอมก็คือหนึ่งในผู้เข้าประกวดยังไม่ใช่คนที่ได้มงกุฎ แล้วคนที่มีศักยภาพก็ยังมีอีกหลายคนในกองประกวด กังนั้นเอาเป็นสีสันของกองประกวดพออย่าไปถึงขนาดจะไปฆ่าใครตาย หรือส่าน้องจะไม่มีอนาคตต่อไป ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราว และสีสันที่เหิดขึ้นวนเวทีประกวดแฝดท่านั้นก็พอ อย่าไปถึงขนาดที่ใครผิดใครถูก อย่าไปถึงขนาดนั้น ให้มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มันเกอดขึ้นเป็นสีสันของกรรประกวดแล้วดูการประกวดต่อไป แล้ววันหนึ่งพอจบเรื่องนี้แล้วมงกุฎได้ใครสักคนหนึ่งมันก็จบแค่นั้นเอง”

หลายคนมองว่ามันเป็นการเอาเปรียบผู้เข้าประกวดคนอื่น ๆ

“โอ๊ยแน่นอน ถ้าเกิดคุณเองเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวด คุณจะรู้สึกไหมบ่ะ ถ้สมีคนในรู้จักมากกว่า ตอนที่บุ๋มประกวดเองบุ๋มก็เคยรู้สึกเหมือนกันมีคนนี้รู้จักกับคนนี้เป็นสปอนเซอร์บุ๋มก็รู้สึก ตัวนางงามเองก็มีน้อยใจเหมือนกันเพียงแต่ว่า ปีบุ๋มมันพูดอะไรไม่ได้ไง แต่ในส่วนตัวของย้องเขาผู้เข้าประกวดคนอื่นๆ มันรู้สึกอยู่แล้วค่ะ”

มันเป็นไปได้ไหมที่เอาข้อมูลในกองประกวดมาบอกเด็กตัวเอง

”มันก็เป็นไปได้นะ แต่ถามว่าเป็นไปไม่ได้เลยก็คงจะยาก มันยากที่จะเชื่อหลายคนก็คงยากที่จะเชื่อมากกว่า แต่เอาเป็นว่า มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกิงประกวดดีกว่าค่ะว่สจะเชื่อเด็กฟรือไม่ ถ้าเชื่อเด็กก็ให้น้องเขาเดินต่อไปตัดพี่เลี้ยงออก แต่ถ้าเกอดไม่เชื่อเด็กพี่เลี้ยงไปต่อไม่ได้เพราะว่ามันเชื่อใจกันไม่ไก้ต่อไปแล้ว มันก็ต้องตัดออกทั้งคู่แล้วก็ดำเนินการประกวดต่อไปเท่านั้นเองค่ะ”

เหมือนทางกองก็ออกมาบอกว่สจะเดินแค่ 29 คน

”คือก็ไม่ได้กดดันแต่ก็กดดัน แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าตัวน้องเองจะใช้สิทธิ์ของตัวเแงไหม และพี่เลี้ยงคุยกับข้างในยังไง แต่คือสมมติว่าบุ๋มเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวด แล้วเป็นตัวเต็ง แล้วนั่นก็ดูมีกระแสดีซัเหลือเกิน เป็นดิฉัน ดิฉันก็ไม่อยากให้เขาอยู่ต่อค่ะ มันคือการประกวดนะ สกัดได้ก็ต้องสกัดไหม มันคือการแข่งขันไม่ใช่มาหาเพื่อน เวทีไหนเวทีนั้นให้ดูเป็นสีสันอย่าไปซีเรียสมาก”