‘กัน นภัทร’ ยันสถานะ ‘มารี’ เป็นแฟนเหมือนเดิม

65

อย่างที่ทราบกันว่านักร้องหนุ่มเสียงดี กัน นภัทร และ นางเอกสาว มารี เบิร์นเนอร์ มีปัญหาและห่างกันสักพัก และล่าสุด ได้กลับมาสวีทกันจนน่าอิจฉาอีกรอบ ซึ่งตั้งแต่มีเรื่องก็เกิดคำถามต่างๆนานา ทั้งคู่ก็ได้แต่ตอบคำถามผ่านโซเชียลส่วนตัวของตนเอง

ล่าสุด วันนี้ (24/06/63) ผู้สื่อข่าวได้เจอฝ่ายชาย จึงมีโอกาสได้พูดคุยถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น’

ถามว่าตอนนี้กลับมาแล้วดีกว่าเดิมไหม กันบอกว่า “ก็เรียกได้ว่าดีกว่าเดิม แต่ก็จะไม่คาดหวังอะไรมาก ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด โดยที่กลับมาเรียก แฟน ได้เหมือนเดิมก็เกิดจากพวกตนนั่งคุยกันว่าจะลองสู้กันอีกสักครั้งไหม ซึ่งก็เห็นตรงกันจึงกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกรอบ”

“เป็นเรื่องมีปัญหากันระหว่างผมกับมารี ในการคบกัน ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นปัญหาของทุกคนที่มีชีวิตคู่ อาจจะมีปัญหาไม่เข้าใจกันบ้าง ทำให้เกิดปัญหาในวงกว้าง คนรอบข้างด้วย ก็ได้รับผลกระทบจากคนข้างนอกที่เข้ามาหาครอบครัวเราเยอะเหมือนกัน”

ซึ่ง “จริงๆแล้วก็ยอมรับว่าเรามีโอกาสได้พูดคุยตกลงกัน ตอนแรกจะมีการถอยคนละก้าว จากปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยเราสองคนนี่ล่ะที่ไม่เข้าใจกันและกัน เลยคุยกันว่าเราจะลองลดสถานะลง พอมันเกิดฟีดแบ็กจากการทีน้องลบรูปในไอจี เลยทำให้คนไปตีความว่าเลิกกันแล้ว ใส่เยอะมาก มีข้อความคอมเมนต์รุนแรงมากๆถึงตัวผมและครอบครัวผมว่าฝั่งครอบครัวผู้ชายรึเปล่าที่เป็นต้นเหตุ ผมก็ต้องบอกเลยว่าเป็นปัญหาของผมกับมารีสองคน ครอบครัวของผมไม่เคยไม่ต้อนรับเขาเลย อีกบ้านก็มีโอกาสไปเที่ยวกัน แต่เราสองคนมีปัญหากันจริงๆ พอเกิดปัญหานี้ขึ้นเราก็มีโอกาสได้มานั่งคุยกัน เราไม่ได้ขาดการติดต่อกัน ก็คุยกันเหมือนเดิม แต่ว่าเราลองปรับกันมั้ย คุยกันมั้ย ช่วงที่ผมหายไปเป็นช่วงที่เราตัดสินใจก่อน เราพยายามแก้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นระหว่างเราให้มันลงตัวที่สุด เราไม่อยากออกมาพูดอะไรเร็วๆ เพราะเราไม่รู้ว่าถ้าเราพูดออกไปมันใช่คำตอบที่เราต้องการรึยัง เลยลองแก้ปัญหาเองให้จบก่อน เลยออกมาบอกว่ามันเป็นสิ่งที่เรายอมรับว่าถอยคนละก้่วจริงๆแต่วันนี้เราก็พยายามลองสู้กันใหม่ ลองเร่ิมต้นใหม่ให้ดีที่สุดก่อน”

กันบอกว่า ข่าวลือเรื่องมีคนอื่นไม่จริง กันไม่เคยคิดมีคนอื่นเลยแน่นอน ซึ่งพอโดนถล่ม กันก็มีดาวน์บ้าง เพราะมีลามด่าไปถึงครอบครัว จึงรับไม่ได้ และขอบคุณสำหรับคนที่ให้กำลังใจเสมอ

เผยอีกว่า “นั่งคุยกันเลยครับว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี ว่าถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้ไปต่อด้วยกัน มันก็ต้องมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เรื่องของกระแสต่างๆที่จะเข้ามาหาเรา แต่ว่าเราก็ต้องยอมรับให้ได้ครับ เพราะมันคือชีวิตของเรา เราต้องยอมรับกับคนข้างนอกที่ไม่ได้เข้าใจเราจริงๆ ก็ต้องทนให้ได้ว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ผมโอเคเพราะผมผ่านเหตุการณ์ที่มาเยอะ แต่ครอบครัวผมไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้แล้วพอมันเข้ามาเยอะๆแม่ผมก็เครียด พ่อก็เครียด อยากบอกทุกคนว่าจะว่าอะไรก็ว่ามาที่ผมคนเดียว ไม่อยากให้ลามไปถึงครอบครัวผม”

เห็นว่าตอนนั้นกันนอยด์มากที่เห็นคุณแม่เศร้า?

“ใช่ครับผมยอมรับว่ามีนอยด์มากๆไปพักนึงที่เห็นครอบครัวผมแอบเศร้าแอบไม่สบายใจ กลับไปบ้านก็ไม่ค่อยคุยกัน ทุกคนจะนิ่งๆ ผมก็พยายามบอกเขาว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปแม่ เราก็รู้ว่าเราทำอะไรอยู่ เราเป็นยังไง คนที่รู้จักเราจริงๆรู้ว่าเราเป็นยังไงก็พอแล้ว”

ส่วนตัวเราโดนอะไรไม่เป็นไร แต่ห่วงคนรอบข้างที่โดนไปด้วย?

“เราเป็นอะไรไหม ก็เป็นนะ” สภาพจิตใจตอนนั้นเป็นยังไง? “ยอมรับว่าก็มีดาวน์บ้าง เพราะผมอ่านเยอะมาก แต่หลังๆพยายามเรียกข้อความที่เขาเตือนเรา ติเราในมุมที่เราไม่ดีจริงๆ อันไหนที่มันเกินความพอดีเราก็พยายามตัดทิ้งไป แต่ค่อนข้างหนักไปที่ครอบครัว เราเป็นห่วงครอบครัว มากกว่า ทัั้งครอบครัวจริงๆและครอบครัวแม่บุญธรรมของผมด้วยที่เขามาเจอเหตุการณ์แบบนี้”

ช่วงนั้น มีเพลงปล่อยออกมา คนมองว่าเลิกกันโปรโมตเพลงรึเปล่า?

“ไม่ใช่ครับ คือเพลง “มาลี” ที่ปล่อยออกมาตอนนั้น เราทำกันมานานแล้ว ทำตอนที่ยังดีกันอยู่เลย แต่งเพลงขึ้นมาในรายการโต๊ะแชร์ ของน้องตั้ม น้อมโดม แต่จังหวะที่ปล่อยเพลง เป็นจังหวะฟลุคพอดีที่มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพอดี คนเลยไปตีความว่าเฮ้ย ปล่อยเพลง โปรโมตเพลง ทำให้มีกระแสโปรโมตเพลงรึเปล่า จริงๆแล้วไม่ใช่

จุดที่ทำให้กลับมารักกันอีกครั้งหนึ่งคืออะไร?

“คือเรามานั่งคุยกันก่อน มานั่งแก้ปัญหากันว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ดี อะไรที่เป็นสิ่งที่ไม่ดีของแต่ละคน เราจะปรับให้กันได้ไหม เราจะลองสู้กันอีกครั้งไหม ก็ตกลงกันว่าเราก็ลองสู้กันอีกครั้งหนึ่ง ก็เลยกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง”

กลับมาแล้วดีกว่าเดิมไหม?

“ก็ดีกว่าเดิมครับ แต่ว่าเราก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก พยายามทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องดีมากขนาดไหน เราพยายามประบปรุงแก้ไขในสิ่งที่เราไม่ดี สิ่งที่พยายามทำให้ดีขึ้นก็เต็มที่กับมัน ถ้าวันหนึ่งมันจะไม่ใช่ก็ต้องยอมรับมัน”
กลัวไหมว่าถ้าวันหนึ่งมีปัญหากันอีกครั้ง สังคมก็ต้องจับตามองอีก? “กลัวไหม ตอนนี้ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วครับ ผมเชื่อว่านี่เป็นกระสบการณ์หนึ่งที่เราเจอกันมา ผมก็พยายามบอกว่าถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมันไม่ใช่ ก็ไม่ได้อยากให้โซเชียลขนาดนี้ ก็คงตัดสินใจด้วยกันสองคน แค่นั้น เพราะมันส่งผมลามไปถึงคนอื่นเยอะ”

อยากบอกอะไรกับคนที่ไม่เข้าใจความรักของเราแล้วอาจจะโจมตี?

“ผมเข้าใจว่าคนหลายๆคนอาจจะไม่ได้เข้าใจความรักระหว่างเราสองคน หรือไม่ได้เข้าใจในการกระทำของเราหรือของผม ก็ไม่เป็นไรครับ ทุกคนไม่ได้รู้จักผมเสมอไป แต่ก็อยากบอกว่าอยากให้ทุกคนลองเข้าใจในสิ่งที่มันเกิด ผมก็เป็นคนๆหนึ่ง มีความรู้สึก เสียใจเป็น น้อยใจเป็น อยากให้ทุกคนจะพิมพ์อะไร ไม่ใช่แค่ตัวผมคนเดียว ตอนนี้เวลาพิมพ์อะไรไปมันมีคนที่ได้รับผลกระทบจากกระแสเยอะ คนบางคนเขาไม่ได้แข็งแรงพอ อย่างครอบครัวผมเขาได้รับผลกระทบและยังคิดมากอยู่ ฉะนั้นอยากให้ทุกคนคิดนิดหนึ่งก่อนจะพิมพ์ถึงใคร หรือจะว่าใคร เพราะมันมีผลกับเขาเยอะ แต่ก็ขอบคุณทุกกำลังใจมากกว่าที่ยังคงเข้าใจผม เข้าใจน้องอยู่ อยากให้สนับสนุนผลงานต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้ผมก็พยายามทำให้ดีที่สุดทุกเรื่อง เรื่องความรัก เรื่องการงานต่างๆ”

อย่างไรก็ตาม กันย้ำว่า ตอนนี้ทั้คู่ยังใช้สถานะแฟนเหมือนเดิม