‘ลูกตาล ชโลมจิต’ ไม่ยอม ฟ้องศาล กรณีโดนทวงหนี้ผ่านโซเชียล

55

อดีตนางแบบสาวชื่อดัง ลูกตาล ชโลมจิต วิ่งโล่ขึ้นศาลแต่เช้าเลยทีเดียว สำหรับกรณีที่เคยโดนทวงหนี้ผ่านโซเชียล จนทำให้เสียชื่อเสียง จนต้องออกมาแถลงความจริงให้ได้ฟังกันไปแล้ว จนทำให้ตอนนี้ เธอฟ้องกลับคู่กรรี เป็นการฟ้องศาลครั้งแรก ในคดี พรบ.ทวงหนี้ และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณ คาดว่าไม่ต่ำกว่า 4 คดี

ซึ่งลูกตาลพร้อมทนาย บอกว่าขณะนี้ อยู่ในขั้น ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง

บอกอีกว่า   “ ไม่กังวลค่ะ เพราะเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วก็เป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของเราด้วย ที่ทางคู่กรณีทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียง แล้วก็ถูกสังคมประจาน ก็อยากจะฟ้องเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เราเป็นหนี้ ไม่ได้โกงหนี้ เราต้องการจะใช้หนี้ ก็เลยต้องดำเนินการทางศาล “

“สบายใจขึ้นมากเลยค่ะ ตั้งแต่แถลงข่าวแล้ว แล้วตอนนี้ก็รวบรวมหลักฐานได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ คิดว่าไม่น่ามีปัญหาในเรื่องคดี หลังจากนี้ไปก็เป็นเรื่องค่าเสียหายต่างๆ “

ทำไมถึงเริ่มเดินหน้าท้าชนแล้ว ?
ลูกตาล “ ไม่ได้ท้าชนอะไร เพียงแต่ว่า ทางฝ่ายคู่กรณีเขาทำให้เราเสื่อมเสียก่อน การที่เราลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีของเรา ด้วยการฟ้อง ประชาชนก็จะรับรู้ว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายที่แย่ขนาดนั้น “

ต้องระวังตัวเองมากขึ้นไหมจากคู่กรณี ?
“ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษอะคะ “

ได้คุยกันบ้างไหม ?
“ หลังจากแถลงข่าวไป เขาก็มีติดต่อมา อยากให้จบๆไป ไม่อยากให้เราฟ้อง แต่ก็บอกไปว่าไม่สามารถทำได้ เพราะเดินหน้ามาขนาดนี้แล้ว แล้วเราก็เสียหายเยอะ ก็เลยขอพึ่งกระบวนการทางศาลดีกว่า “

เขามาขอร้องไม่ให้ฟ้อง ?
“ ไม่ใช่เขาค่ะ แต่มีคนติดต่อมา มีคนของเขามาคุยด้วย “

ไม่คิดไกล่เกลี่ยแล้ว ?
“ การที่เขาทำตอนแรก ก็ไม่ได้ต้องการไกล่เกลี่ยอยู่แล้ว เราก็ต้องทำตามกระบวนการศาล “

วันที่ได้คุยตกลงอะไรกันบ้าง ?
“ ยังไม่เคยเจอตัวเขาเลย หลังจากวันนั้น “

เราจะคุยผ่านศาลอย่างเดียว ?
“ ใช่ค่ะ เพราะก่อนที่เขาจะมาที่ยิม เราบอกแล้วว่าจะไม่คุยกัน 2 คน จะผ่านทนายไป แต่เขาก็ไม่เลือกวิธีนั้น เลือกที่จะมาด่าเราแทน “

มั่นใจในหลักฐานของเรา ?
“ ใช่ค่ะ หลักฐานการจ่ายเงินกับคลิปที่เขาโพสต์ประจาน “

เสียหายมากแค่ไหนจนมาถึงขั้นนี้ ?
“ เสียหายมาก เพราะว่าการทำให้ประชาชนเข้าใจเราผิด ภาพลักษณ์ของเราก็เสียไปด้วย ภาพลักษณ์การทำงานของเราด้วย ชื่อยิมของเราก็เสียหาย ขาดความมั่นใจของผู้ใช้บริการ เรียกว่าเสียหายระยะยาว ถ้าไม่แก้ไขก็เสียหายเยอะมากเลยค่ะ “

มูลค่าเยอะไหม ?
“ จริงๆไม่ได้เกี่ยวกับยิมเราเลย เกี่ยวกับการขายเพชรมากกว่า การที่เขามาประจานว่ายิมมีปัญหาด้านธุรกิจ ทำให้ธุรกิจของเรามันเสีย มันเยอะมาก ตาลยอมไม่ได้ “

หลังจากเป็นข่าวยังไม่มีคนสมัครที่ยิมเพิ่มเลยใช่ไหม ?
“ ความมั่นใจของลูกค้าจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “

ความเสียหายประมาทเท่าไหร่ ?
“ ต่อเดือนก็หลายล้านบาท “

ลูกค้ามาถามบ้างไหม ?
“ เขาก็มาถามพนักงานบ้าง ว่าเปิดอยู่ไหม คนยังมาใช้บริการตามปกติ แต่ความเชื่อมั่นต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งค่ะ “

แสดงว่าที่มาศาลก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ?
“ ใช่ค่ะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัว เกี่ยวกับการขายเพชร ไม่ได้เกี่ยวกับยิมเลย “

กังวลอีกฝ่ายฟ้องเรากลับไหม ?
“ ไม่กังวลเลย เพราะก่อนเขาจะมาด่าพี่ที่ยิม พี่เคยบอกเขาว่าให้ไปฟ้องมาก็ได้ แต่เขาก็ไม่ฟ้อง เราพร้อมตลอดเวลาหากเขาฟ้อง มันน่าจะดีกว่าเขามาด่าเราหน้ายิมด้วยซ้ำ “

คำว่าเราหนีหนี้กระทบสภาพจิตใจเราไหม?

“ รู้สึกแย่มาก เพราะว่าจริงๆเป็นหนี้ ก็ต้องใช้ แล้วพี่ก็ใช้มาทั้งพี่ ถ้าไม่ใช้ก็คงหลบหน้าไปแล้ว แต่การทวงหนี้ก็ต้องมีจริยธรรมหน่อย น่าจะพูดคุยกันได้ ไม่น่ารุนแรงขนาดนี้ มันทำให้เราเสื่อมเสีย “