‘ดา เอ็นโรฟิน’ ยัน ไม่ได้แย่งสามีใคร วอนหยุดขยี้ดราม่า

31

งานเข้าสิค่ะ เมื่อไม่นานมานี้มีสาวปริศนา มาตามประกาศหาสามีในอินสตาแกรมส่วนตัวของนักร้องสาวเสียงดี ดา เอ็นโรฟิน ว่าติดต่อไม่ได้ และเห็นขึ้นรถไปกับดา หลังจากร้านปาร์ตี้ดังกล่าวปิด

ซึ่งประจวบเหมาะกับ ดาและอดีตแฟนหนุ่มอเล็กซ์เพิ่งเลิกลากันได้ไม่นาน ทำให้หลายคนตีความไปในทางที่ไม่ดีซะส่วนใหญ่

ล่าสุด ดา มีโอกาสได้อธิบายสักที เมื่อเจอวงล้อมสื่อมวลชนที่งาน AIS ZEED PRESENTS HOTWAVE MUSIC AWARDS 2019 รอบ “Final” ณ MCC HALL THE MALL บางกะปิ 6

ดาบอกว่า “ตกใจค่ะ ยอมรับว่าตกใจมากว่าเราตื่นมาก็เจอแมสเสจแบบว่า โอ้..เกิดอะไรขึ้น อะไรแบบนี้เลย คือจะบอกว่าดาเงียบมา 3 วัน แล้วอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นสงครามแบทเทิลกัน ดาไม่อยากให้มันกลายเป็นสงครามน้ำลาย คือแมสเสจที่ดาได้ก็คือแบบที่เราเห็นกันเป็นคุณแม่คนนึงที่มาตามหาสามี แล้วจะบอกว่าประโยคที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรากลายเป็นเรื่องชู้สาวกันเนี่ย คือการขึ้นรถไปกับคุณดา คือจริงๆ การขึ้นรถไปกับคุณดา คือคุณแม่เล็กอยู่ในรถกับดา”

แล้วเรารู้จักคุณคาร์สันไหม
“เขาก็เป็นเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน ในผับแห่งหนึ่งแหละค่ะ เป็นโซนดีเจ บาร์เทนเดอร์ แล้วก็เชฟ อะไรพวกนั้น แต่ไม่ได้สนิทชิดเชื้อ คือจะบอกว่าวันนั้นคือมันตลกตรงที่ เมื่อเช้าดาเพิ่งดูคลิปที่ดาไปเชคๆเครื่องดื่ม คือแบบทุกคนไม่เห็นแพรว (คณิตกุล เนตรบุตร) กับลุลา เลยเหรอคะ คือวันนั้นเราถ่ายรายการเสร็จแล้วแพรวกับลุลาเขาเป็นเกสต์ให้ดา เราก็ไปกินต่อกันนานๆ เจอกันที ไปถึงที่บาร์แห่งนี้ จะบอกว่าวันนั้นสาวเกิร์ลแก๊งออกมานั่งปาร์ตี้กันเนี่ย ประมาณ 7-8 คน”

เรียกว่าเป็นการเข้าใจผิด
“คือจะบอกว่าคนที่อยู่ในรถมีหม่ามี๊ กับดา แล้วก็คาร์สัน จริงๆ แต่จะบอกว่าตอนเช้าเนี่ยทุกคนแยกย้ายกันไปดูแลตัวเองกันอยู่แล้ว คือบ้านดาเป็นศูนย์รวม เสร็จงาน เลิกงานผับ ตี 2-3 เราก็จะเป็นคน ชวนทุกคนไปต่อไหม แล้วเดอะแก๊งก็ไป แต่เราตื่นมาเที่ยงครึ่งปุ๊บ เห้ย..นี่คืออะไรอ่ะ แล้วเรานี่แหละเป็นคนดรอปบอกซ์เข้าไปในอินสตาแกรมของคุณคาร์สันว่า ยูไอได้แมสเสจพวกนี้ มันเกิดอะไรขึ้น ยูช่วยติดต่อเขากลับด้วยนะ “

เขาเป็นสามีภรรยากันจริงๆใช่ไหม
“อันนี้ดาไม่พูดดีกว่า ดาไม่รู้ความสัมพันธ์จริงๆของเขาสองคนเป็นอะไรกัน แต่ก็ดูอย่างที่ทุกคนเห็นเหมือนว่าเขาหากันไม่เจอเป็นวันสองวันไปเลย ตอนนี้ดาก็หวังว่าเขาน่าจะคุยกันแล้ว”

คาร์สันได้อธิบายให้ฟังแล้วใช่ไหม
“ถ้าอธิบายเนี่ย เขาพูดว่าเสียใจ ขอโทษนะที่ทำให้เราต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ตัวดาเองก็บอกเขาว่าไม่เป็นไร แต่คุณติดต่อเขาแล้วใช่ไหม แล้วคุณช่วยเคลียร์ด้วยนะว่าการกระทำแบบนี้มันเสียหายกันทั้งหมด แล้วคุณกับแฟนของคุณก็ควรจะคุยกันนะ คุณเปิดเครื่องคุยกันนะว่าไปไหนทำอะไร อันนี้เราก็ไม่รู้แล้วว่าเขาไปคุยกันต่อยังไง”

เรายืนยันว่าไม่ได้ไปยุ่งกับสามีเขาเพราะคนเข้าใจผิด มีคนเห็นขึ้นรถไปด้วยกัน
“เรื่องขึ้นรถไปด้วยกัน ถ้าทุกคนเห็นว่ามีแม่เล็กขึ้นไปกับดาด้วย ทุกคนจะไม่พูดในเชิงนี้ ดาจำได้ว่าคืนนั้นดาค่อนข้างเสียงดัง แล้วดาเดินออกมาจากปากซอยแล้วพูดว่า ไปต่อบ้านดากันเปล่า”

แล้วเขาออกไปจากบ้านเราตอนไหน
“น่าจะเป็นตอนเช้าๆแหละ เพราะบางคนถ้ากลับไหวก็กลับ กลับไม่ไหวก็อยู่ที่บ้านกันไป”

ไปด้วยกันบ่อยไหม
“ไม่ค่ะ ครั้งแรก คือรู้จักกันครั้งแรก”

เรื่องราวกลายเป็นว่าเขาไปบ้านเรา
“มันเป็นฝั่งเดียวไงคะ ทุกคนไม่รู้หรอกว่าตั้งแต่หัวค่ำมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราไปกับใคร อย่าให้มองว่าเป็นเรื่องที่แอบทำกันสองคนหรือลับๆใดๆ ดาว่ามันไม่โอเคแล้วตอนนี้ ดาอยากให้ทุกคนช่วยหยุดความขยี้ ดาขอโทษนะคะ ดาเพิ่งลบคอมเมนต์ไป เพราะมันกลายเป็นสงครามระหว่างคนที่เราไม่รู้จักเลย ดาขออนุญาตลบนะคะ แล้วก็อย่าไปกระแซะเย้าแหย่ใดๆ แค่นี้ดาก็ว่ามันสร้างความลำบากใจในการใช้ชีวิตของคนสองคนแล้วค่ะ”

อยากเคลียร์กับผู้หญิงคนนั้นไหม
“อุ๊ย อย่าเลย ไม่เป็นไร ดาว่าคนที่เขาควรเคลียร์ที่สุดคือผู้ชายมากกว่า”

 

คิดว่าทำไมเขาถึงพุ่งเป้ามาที่เรา
“ดาคิดว่ามันน่าจะเป็นจุดที่คาร์สันขึ้นรถมากับดา ประโยคแค่นั้น เห็นดาขึ้นรถไปกับคาร์สัน ไม่มีและคุณแม่ไงคะ มันก็สามารถกลายเป็นเรื่องแบบนี้ได้จริงๆ”

ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคาร์สันไม่มีอะไรเกินเลย
“ไม่มีเลย เอาจริงๆ จะบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นเชฟ ดีเจ หรือใครๆที่ดารู้สึกคุยถูกคอเวลาเราทำงานด้วย ก็จะแบบ พี่ๆ ไปบ้านฉัน”

เขาไม่ได้มาจีบเราใช่ไหม
“ไม่เลยค่ะ ไม่มีเชิงชู้สาว และตอนเขย่าบาเทนเเดอร์ ที่เชคๆ อ่ะ เสียงที่แลบมาจากวีดีโอคือเสียงของ “แพรว คณิตกุล” มันขำตรงที่ว่า ทำไมๆ ในคืนวันนั้นมันกลายเป็นเรื่องของคนสองคน และเป็นในเชิงชู้สาวไปได้”

วันนั้นแพรวไปต่อที่บ้านดาด้วยใช่ไหม
“ไม่ได้ไปค่ะ ถ่ายรายการเสร็จเราแยกกันที่ร้าน”

คนที่ไปที่บ้านดาต่อวันนั้นมีหลายคน ไม่ใช่คุณคาร์สัน
“ใช่ๆ หนึ่งคือมามี๊ดา พี่จุ๋ม พี่กอล์ฟ แก๊งนี้ แล้วก็เด็กที่สตูดิโอ ที่ทำงานกันเสร็จตีสองตีสาม เพิ่งจะเริ่มได้แฮงก์เอาท์กันเท่านั้นเอง”

ผู้หญิงคนดังกล่าวมีการรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเราหรือเปล่า
“หื้อ…เขาก็ตามทุกที่ แต่เราไม่ ไม่ดีกว่า เราไม่ตอบ ไม่อะไร เพราะเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องของดา แล้วการที่ดามีเพื่อนคนหนึ่งแล้วถ้าเกิดดาถูกคอ แล้วชวนไปเที่ยวกัน จะไปถามว่ายูมีลูกยังค่ะ มันไม่ใช่ประโยคนั้นป่ะ เราไม่ได้คิดในเชิงชู้สาว มันไม่ใช่เลย เอาเป็นว่าเขาตามทุกที่ แต่ดารู้สึกว่า เราเงียบมา 3 วัน แล้วเหมือนดาจะโดนฝั่งเดียว แล้วดารู้สึกว่าวันนี้มาคุย และอยากจะบอกให้เขายุติสงคราม เฮ้ย… เฮ้ย.. เฮ้ย… เพราะแค่นี้ดาว่าคนที่น่าเป็นห่วง ไม่ใช่ดาแล้ว มันคือแฟนตัวผู้ชายกับผู้หญิงนะคะ”

ข้อความที่เขาส่งหาเรามันรุนแรงไหม
“มันก็เท่าที่เห็น เท่านั้นแหละ มันก็เลยแบบ เท่านั้นแหละ ดาก็เลยลบดีกว่า มันเริ่มแบบว่ามีตัวละครหลายๆ ตัวเข้ามาเกี่ยว”

เสียใจกับกระแสไหมที่คนอาจจะเข้าใจเราผิด
“ไม่เป็นไรหรอก จริงๆ ดาว่ามันก็อาจจะ…วันนี้ต้องขอบคุณพี่ๆ ทุกคนเลย คอนเสิร์ตใหญ่ของดา สิงหาคมปีหน้าแน่นอน ยังซื้อบัตรไม่ได้ แต่เก็บตังค์รอได้”

นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เจอเหตุการณ์หนักขนาดนี้
“ใช่ มันอาจจะเป็นเพราะดาเพิ่งเลิกกับแฟนด้วย และด้วยอะไรหลายๆ อย่าง มันก็เลยกลายเป็นเชิงชู้สาว ถ้าเกิดดายังมีแฟนอยู่ ต่อให้มีผู้ชายหรือผู้ชายขึ้นรถ ก็คงไม่น่าจะมีปัญหา”

หลังจากนี้มีโอกาสเจอคุณคาสันไหม
“ดาแค่ส่งข้อความไปหาเขาทางอินสตาแกรมว่าอยากให้เคลียร์นะ คือเรื่องแบบนี้มันส่งผลไม่ดีกับอนาคตของเธอและแฟนของเธอ”

และมันมีผลกระทบต่อดาไหม
“แรกๆ มี แรกๆ ค่อนข้างมีเพราะว่าเราไม่ออกมาพูดอะไรมากกว่า แล้วดาก็เริ่มแบบว่าทำไมมีเราคนเดียว ทำไมล่ะ แล้วแพรวก็บอกให้โพสต์เลยวีดีโอของเรา โพสต์เลยดา ทุกคนก็แบบว่าเอาไปภาพเราอยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นด้วย คือทุกคนเหมือนเชียร์อัพว่าไม่ต้องเสียใจนะ ดาก็แค่แบบว่ามันไม่มีอะไร แล้วถ้ามันไม่มีอะไร ไม่มีใครทำอะไรเราได้จริง”

หลังจากที่มีเรื่องราวเกิดขึ้น มีโอกาสเจอคุณคาร์สันอีกไหม
“ไม่มี เราแค่ส่งข้อความไปคุยกันกับเขา ดาแค่คอยเช็คบ้างว่าได้ข้อความแปลกๆ มาอีกหรือเปล่า”

หลังจากนี้จะกล้าเจอเขาไหม
“ดาว่ากล้านะ เราไม่มีปัญหา คือเราต้องย้ายร้านกินเลยเหรอ (หัวเราะ)”

วันนี้ได้ออกมาพูดแล้ว สบายใจขึ้นไหม
“สบายใจ(หัวเราะ) สบายใจมาก มันก็อึดอัดนะ เหมือนมันเป็นภาพจากฝั่งเดียว อย่างที่บอกว่ามันมีสองด้าน เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเกิดว่าดูด้านเดียว แล้วมันก็อาจจะมีต่างๆนานาได้”

ตอนที่โดนกระแสแรงๆ เราเครียดไหม
“ไม่เครียด จนคอมเมนต์มันไประมาณ 30 ก็เริ่มนิดๆ(หัวเราะ)

พอโสดแล้วปวดหัวเลยไหม มันทำให้เรามีเราเข้ามา
“ก็โสดก็ดีแล้วไง ตอนนี้แฮปปี้ค่ะ ตอนนี้โอเค แล้วดากับอเล็กซ์คือเป็นเพื่อนกัน เราเพิ่งคุยกันในงาน joox ว่ายูพูดไปเลย เพราะดาไม่มีโอกาสเจอสื่อในตอนแรก แล้วอเล็กซ์เจอ ดาก็เลยบอกว่ายูพูดไปเลย เพราะยังไงเราไม่ได้เจอกัน แล้วดาก็ไม่มีโอกาสจะได้พูด เอาเป็นว่าเธอลุยเลย”

กับอเล็กซ์ยังสามารถพูดกันคุยกันได้
“ทำงานอะค่ะ เขาเพิ่งส่งพวกโปรดิวเซอร์เพลงสากลให้ดา”

เราได้อ่านที่เขาให้สัมภาษณ์ไหม
“ได้อ่านค่ะ คือเราก็ยังเป็นคนโปรดของกันและกันอยู่ แต่ว่าจริงๆ ณ ตอนนี้ตัวครอบครัว แล้วก็เรื่องของอนาคตสำคัญ ดาพูดตรงๆว่าเขาเพิ่งจะเริ่มตั้งหลักกับอนาคต เพราะเขาก็เริ่มบินไปสิงคโปร์ ไปฮ่องกง ไปอะไรต่างๆ แล้วดาก็รู้สึกว่าดา ก็เป็นคนบอกให้เขาไปเอง เพราะเมืองไทย ภาษาอังกฤษมันจะน้อยกว่า แต่ถ้ายไปสิงคโปร์ ยูจะได้แต่งเพลงภาษาอังกฤษเยอะขึ้น แล้วที่นั่นเงินก็ดี เราก็คุยกันเหมือนเป็นเพื่อน ที่อยากจะดูแลอนาคตกัน ยังหวังดีต่อกันอยู่”

สาเหตุที่ทำใจเราตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กันเป็นเพราะอะไร
“ก็น่าจะไม่เจอกัน 3 เดือนเจอกัน 2 ครั้งค่ะ มันเฟด”

เป็นเพราะเรื่องเวลาด้วย
“ใช่ๆ เขาบินเยอะ แล้วเราก็ทัวร์เยอะ แล้วความโรแมนติกต่างๆนานา มันก็เลยหายไป คอนเน็ตชั่นมันหายไป แต่ในขณะเดียวกัน การไม่ได้เจอกันนั่นแหละ มันสร้างความเครียดต่างๆ แล้วมันทำให้ไม่เฮลตี้ เราก็เลยบอกว่า ให้อยู่นิ่งๆก่อนดีกว่า”