‘แวร์ โซว’ เปิดใจ หายซึมเศร้า ให้ทุกเรื่องเป็นประสบการณ์ชีวิต

13

เป็นคนแม่เลี้ยงเดี่ยวสุดแข็งแกรง สำหรับนักแสดงสาว แวร์ โซว ที่พักหลังมานี้ เธอหายไปจากจอโทรทัศน์ จากวงบันเทิงไป เนื่องจากป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจนกระทบกับการทำงานโดยเฉพาะด้านการแสดง ทำให้ส่งผลกระทบในเรื่องรายได้ ซึ่งล่าสุดเธอได้อัพเดทกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้เธอขายคอนโดได้แล้ว รวมถึงใช้หนี้หมดเป็นที่เรียบร้อย

แต่ใจเธอยังสู้  “ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเหลือแล้ว (หัวเราะ) ก็เท่ากับศูนย์เริ่มต้นใหม่ค่ะ (ยิ้ม) คือบ้านก็ไม่มีแล้ว รถก็ปิดแล้ว ทีนี้รถมันก็ไม่กี่บาทหรอกค่ะ แล้วคอนโดก็ขายไปหมดแล้ว คราวนี้เราก็ต้องเริ่มต้นใหม่ ส่วนเงินในบัญชีก็มีร่อยหรอเพราะเพราะเราต้องไปจ่ายนู่นนี่นั่น ส่วนเครื่องประดับที่อยู่ที่เมืองจีนก็ยังไม่ได้เอาออกมา เพราะยังไม่มีเงินไปเอาออกมา แต่ว่าไม่เสียดาย เพราะเราสามารถที่จะสู้ใหม่ ทำใหม่ได้”

พร้อมเผยว่า “สบายใจขึ้นค่ะ ไม่อย่างนั้นมันกังวลเรื่องดอกเบี้ย เพราะเราต้องหามาจ่ายเขาทุกเดือนๆ เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ งานเราก็ไม่ได้เยอะด้วย เราชักหน้าไม่ถึงหลังอะไรก็แล้วแต่ พวกนี้ก็เครียดอยู่ แต่พอเราไม่มีหนี้ไม่มีสินแล้ว ทำให้เราสบายใจขึ้นเยอะมากเลย และถามว่าไม่มีอะไรเหลือแล้วเสียใจมั้ย กังวลใจมั้ย ทุกข์ใจอะไรมั้ย ไม่เลยค่ะ การไม่มีหนี้สิน การไม่มีภาระผูกพันอะไรกับชีวิตเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดเลย (ยิ้ม)”

ส่วนเรื่องงาน ในช่วงนี้เธอบอกว่ามีติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ แต่เพราะบางทีคิวไม่ได้ หรือบทไม่ลงตัว ทุกงานอยู่ในขั้นตอนการเจรจาและนัดวันถ่าย

ด้านโรคซึมเศร้าที่เป็นอยู่  “จริงๆ แล้วคนหลายๆ คนคิดว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้าเพราะว่าปัญหาเรื่องเงิน แต่บอกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องเงิน เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย มันเป็นเรื่องที่เราถูกเอาเปรียบ พอเราถูกเอาเปรียบมากๆ มันจะทำให้เรารู้สึกดดัน และคนที่เอาเปรียบเราเขาก็ไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือว่าออกมาทำอะไรในสิ่งที่คุณเอาเปรียบเราไป อย่างแวร์ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ซื้อรถแล้วมันใช้งานไม่ได้ ถามว่าเราเองก็ไม่เคยติดค้างชำระ แล้วมันเป็นปัญหาของเรามั้ยที่จะต้องมานั่งรับผิดชอบ แบกจ่ายภาระหนี้สินดอกเบี้ยอยู่คนเดียว และคนที่มีส่วนร่วมกับปัญหานั้นเขาหายไปไหน เมื่อเราหาใครมาช่วยในส่วนนี้ไม่ได้ เพราะมันไม่ได้เกิดจากเราไง มันเกิดจากหลายๆ อย่าง แล้วเราต้องมารับผิดชอบอยู่คนเดียวก็เลยเหนื่อย แต่เรื่องพวกนี้ก็ยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันมีเรื่องของครอบครัว เรื่องของการงาน เรื่องของเพื่อนร่วมงาน เรื่องของสังคม เรื่องของหลายๆ อย่าง และที่สำคัญเราโดนโทรศัพท์โรคจิตบ่อยๆ เราเองก็มีปัญหาเยอะแยะมากมาย แล้วยังมาเจอคนพูดจาไม่ดีอีก จนทุกวันนี้ใครมาโทรแวร์ก็ต้องเสียงแข็งไว้ก่อน เพราะมันเสียจริตหมดเลย จนเราก็ไม่ไหวแล้ว”

งานนี้เธออัพเดทด้วยว่า หายแล้ว   “รักษามาประมาณ 3 ปี รวมทั้งหมดก็ประมาณ 8-9 ปีนะคะ แล้วตอนนี้คุณหมอบอกว่าทุกอย่างสงบแล้ว ดีแล้ว แต่ยังไม่ให้หยุดกินยา เนื่องจากเรายังต้องเจอผู้คน เรายังต้องทำงาน เจออะไรก็แล้วแต่ที่เข้ามากระทบเราได้ง่าย คุณหมอก็ขอดูอาการไปเรื่อยๆ ก็ไปพบคุณหมอ 2 เดือนครั้ง แล้วก็อยากให้คนที่ไม่เข้าใจนะคะ คนป่วย คนที่เป็นโรคซึมเศร้าน่ะ สติหรือการยับยั้งชั่งใจมันน้อย แทบไม่มีเลย คนปกติอาจจะบอกว่าเรื่องแค่นี้ฉันเจอฉันยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย ทำไมเธอต้องฟูมฟาย แต่อย่าลืมว่าคนป่วยมันไม่ใช่เรื่องแค่นี้ มันขาดสติอยู่ เขาถึงได้ตัดสินใจหุนหันพลันแล่นทำอะไรก็ได้ที่มันเกินคาดคิด ฉะนั้นอยากให้หลายๆ คนเข้าใจตรงนี้ และการที่ไม่มีเงินไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่คนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าส่วนมากสังเกตได้ง่ายๆ คือคนที่มีความรับผิดชอบมาก แต่ถูกเอาเปรียบไม่จบไม่สิ้น แล้วเราจะไม่ปริปากบ่นหรือเรียกร้องอะไร เราก็จะทำรับผิดชอบแก้ไขไปจนกระทั่งวันนึงมันไม่ไหวแล้ว มันถึงได้เป็นขึ้นมา”

ทั้งนี้ ตอนนี้เธอและลุกสาว ยังใช้ชีวิตอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์เหมือนเดิม  “เราคิดซะว่าเราเคยได้มีแล้ว และเราเคยมีหนี้ขนาดนี้ เราผ่านมันไปแล้ว ก็เป็นประสบการณ์ชีวิต ซึ่งบทเรียนชีวิตหรือประสบการณ์ชีวิตแบบนี้ไม่ได้มีกันได้ง่ายๆ เป็นโรคซึมเศร้าก็ไม่ได้เป็นกันทุกคนนะคะ มีหนี้ 10 กว่าล้านก็ไม่ได้มีกันทุกคนนะคะ เพราะฉะนั้นแวร์ถือว่าเป็นกำไรชีวิตของเรา น้องคนดีเองก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตของเขาด้วย เพราะเขากำลังเติบโต และวันข้างหน้าเขาจะได้รู้ว่าในวันข้างหน้าเขาจะบริหารจัดการชีวิตเขายังไงไม่ให้เขามีหนี้สินเยอะ ไม่ให้เขาหลงกับวัตถุ หรือไม่ให้เขาเจ็บป่วย”